เนื้อเรื่องย่อ

สาธารณโภคี…ที่ราชธานีอโศก

หลังจากได้หัวข้อใหม่ในการเขียนเรื่อง ก็มาตีความว่าเรื่องที่เราจะเขียนหมายความว่าอย่างไร ครั้งนี้มาดูเรื่องสาธารณโภคี ไปลองเปิดพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถานหาความหมายดู และก็ได้ความหมายมาว่า สาธารณะ คือเพื่อประชาชนทั่วไป ร่วมกัน ส่วนโภคี คือผู้บริโภค และเมื่อนำมารวมกัน จึงกลายเป็นสาธารณโภคีที่แปลว่าการบริโภคร่วมกัน                               ระบบการบริหารเเบบสาธารณโภคี คือการบริหารชุมชนโดยทุกคนเป็นเสมือนครอบครัวเดียวกัน กินใช้ของส่วนกลาง ช่วยกันหาช่วยกันทำ แล้วนำมารวมไว้ ส่วนกลางแบ่งปันแจกจ่ายใช้สอยร่วมกัน เป็นระบบที่ทุกคนไม่มีเป็นเจ้าของ หรือเป็นของส่วนตัว มีแต่ส่วนกลาง ส่วนกลางรวยไม่ขาดแขลน ส่วนตัวจนไม่สะสม

หลังจากหาคำว่าสาธารณโภคีสำหรับตัวหนูเอง ไม่ค่อยเข้าใจแบบแจ่มชัดนักจึงนั่งคิด นอนคิด เดินคิดแล้ว แต่ก็ยังไม่เข้าใจเท่าไหรนักว่าจะนำเสนออย่างไรให้ผู้อื่นเข้าใจได้ ผ่านไป2วันแล้วภาพก็ยังไม่ได้ไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไร แล้วอยู่ก็มีเสียงสวรรค์ คือเทศน์จากสิกขมาตุกล้าข้ามฝัน(นักบวชฝ่ายหญิง)ท่านบอกว่า การที่เราจะได้เห็นแง่มุมดีๆคือการที่เราต้องทดลองทำในสิ่งนั้นๆ  ตัวหนูจึงมีคงวามคิดว่า เราต้องปฏิบัติในสิ่งที่เราจะเขียนเรื่อง ออกไปไม่เช่นนั้นตัวเราก็จะไม่เข้าใจ และไม่สามารถถ่ายทอดออกไปได้ หนูเลยคิดว่าในบ้านราชของเรามีสิ่งที่บริโภคครบพร้อม แต่ทุกๆคนไม่มีรายได้ แล้วสิ่งที่จำเป็นข้าว ผ้า ยา บ้าน นั้นนำมาจากไหน เครื่องนุ่งห่มเราก็เบิกจากกองกลาง ยารักษาโรค ก็ได้จากบ้านสุขภาพที่เปรียบเสมือน โรงพยาบาลชุมชน แล้วอาหารก็คือการที่มีฐานกสิกรรมต่างๆให้เราเก็บพืช ผักธัญญาหารนำมาทำกิน

แต่ก็อย่าลืมว่าในยุคปัจจุบันนี้ ข้าวของทุกสิ่งทุกอย่างต้องซื้อมาด้วยเงินทั้งสิ้น เช่นการที่จะมีเสื้อผ้าแจกจายไห้ชุมชนก็ต้องซื้อผ้ามาตัด การที่จะมีรถขับขี่ ก็ต้องมีน้ำมันมาเติมรถ ซึ่งเราก็ไม่ได้ขุดเจาะขึ้นมาเอง และอีกหลายๆอย่าง แล้วพวกเราทำอย่างไรจึงจะมีกระดาษที่สมมุติขึ้นมาว่ามีค่า(ที่เรียกว่า”ธนบัตร”) ใช้ได้อย่างเพียงพอต่อคนเป็นร้อย ที่หนูนึกได้ในตอนนี้ก็มีฐานงานโรงปุ๋ย และอุทยานบุญนิยมซึ่งเป็นร้านอาหาร และขายผลิตภัณฑ์ชุมชน แต่ตอนนี้ไม่มีสภาวะที่จะถ่ายทอดได้

ตัวหนูจึงทดลองนำตัวเองเข้าไปเรียนรู้ ณ จุดๆนั้นที่หนูอยากทำความเข้าใจให้แจ่มชัด หนูได้ไปทดลองทำงานฐานอุทยานบุณนิยเป็นฐานแรก ฐานนี้ต้องตื่นนอนดั้งแต่เช้าตรู่ เวลาตี 4 วันนั้นรู้สึกง่วงมากๆ นั่งรถไปตามถนนฝุ่นก็เยอะมาก ในช่วงที่ยังไม่ถึงถนนลาดยาง เมื่อถึงอุทยานตัวหนูได้เห็นภาพที่น่าประทับใจ คือนักเรียนและผู้ใหญ่จะช่วยกันขนของลงจากรถ จำพวกผักสด หม้อ ตระกร้า คนล่ะไม้คนล่ะมือ ไม่ได้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง การทำงานร้านอาหารมีหลายแผนกแบ่งเป็นหั่นเตรียม แม่ครัว หน้าร้านน้ำธัญพืช ล้างภาชนะ และโรงทำขนมปัง ซาลาเปา ถึงร้านอุทยานทุกๆคนจะทำหน้าที่ของตัวเองและน้องทีมล้างภาชนะ ที่ยังไม่มีภาชนะให้ล้าง ก็จะช่วยเช็ดโต๊ะ และหั่นเตรียม

ฐานต่อมาที่ได้ไปร่วมงานคือฐานโรงปุ๋ย เนื่องในวันนั้นมีการโฮมแฮงกรอกปุ๋ยและขนปุ๋ยขึ้น

รถ ในการโฮมแฮงมีบุคคลากรหลายฐานะตั้งแต่สมุนพระราม(นักเรียนระดับชันประถมศึกษา) นักเรียนสัมมาสิกขา(ระดับมัธยม) ชาวชุมชน สิกขมาตุ สมณะ และพระอาคันตุกะ ทุกๆคนช่วยกันอย่างเต็มที่ ภาพที่เห็นคือ เมื่อมีใครว่างก็จะไปช่วยส่วนที่ขาดแรงงาน จึงทำให้การขนปุ๋ยวันนี้สำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว และตามเป้าหมาย

วันต่อมามานั่งเหม่อในฐาน คิดว่าขาดอะไรในเรื่องที่เราจะสื่อ นั่งทบทวนดูแล้วคิดได้ว่าขาดในเรื่องปัจจัยการใช้ชีวิต คือเรื่องอาหาร การผลิตอาหารให้เพียงพอต่อทุกคนในชุมชน เดินไปดูบริเวณโรงครัว เห็นผู้ใหญ่ ผู้เฒ่า ผู้แก่ ช่วยกันหั่นผัก เด็ดผัก ปอกหอมปอกกระเทียม เพื่อนำไปทำอาหาร

บางคนนั่งตากแดดเพราะในช่วงนี้อากาศเย็นๆ หนูเห็นภาพเเล้วรู้สึกประทับใจดี จึงยกกล้องขึ้นมาถ่ายภาพคุณยายบอกว่า “มาถ่ายทำไมผู้เฒ่า ไปถ่ายผู้สาวนู้น มาถ่ายผู้เฒ่า บ่ สวยดอก”   หนูได้ถามยายว่าทำไมได้มาช่วยงานตรงนี้(เพราะว่าคุณยายแต่ละท่าน ก็อายุเกิน 65 กันทั้งนั้น) คุณยายบอกว่า “มาช่วยกันอยู่บ้านก็ว่างมาช่วยงานเล็กๆน้อยที่พอทำได้ ก็ได้มาเจอเพื่อนด้วย” คุณยายแต่ละท่านบ้านก็อยู่ท้ายชุมชน ก็เดินมาตั้งแต่เช้าบางท่านเดินไม่ไหวก็ให้ลูกหลานมาส่ง เพื่อมาช่วยงานที่โรงครัวกัน  ในโรงครัวก็มีพืชผักมากมาย ที่เก็บมาจากสวนในชุมชน แต่ก็มีบางอย่างที่เราไม่ได้ปลูกก็ซื้อมาจากตลาดบ้าง วันต่อมาก่อนจะเข้าฐานได้ยินเสียงประกาศ ว่าจะโฮมแฮงการเตรียมพืนที่ปลูกถั่ว จึงเป็นจุดที่พอดีกับการที่หนูกะจะไปเก็บภาพบรรยากาศ ของฐานกสิกรรมจึงเป็นผลดีกับการทำงานของหนูด้วย

เช้านี้โฮมแฮงเตรียมพื้นที่สำหรับปลูกถั่วฝักยาว ให้ทันงานปลุกเสก มีนักเรียนหลายฐานมาช่วยกัน 19 คน เเละผู้ใหญ่ 12 คน เช้านี้การเตรียมพื้นที่กว่าครึ่งไร่จึงสำเร็จภายใน 1 ชั่วโมงกว่าๆ ตัวหนูรู้สึกว่าถึงงานจะหนัก จะเหนื่อย แต่ก็มีความสุข เพราะเห็นการเสียสละของทุกๆคน เพราะหลายๆท่านก็มีงานในฐาน แต่ก็เสียสละเวลามาช่วยสิ่งที่สำคัญกว่า

ในเรื่องที่หนูได้ไปเห็นและได้เก็บมาถ่ายทอดเป็นเรื่องราวนี้ นี่แหละค่ะที่หนูเห็นว่ามันคือสาธารณโภคี คือการช่วยเหลือพึ่งพากันในหมู่คนชุมชนนั้นๆ มีคนเคยบอกหนูว่า นี่แหละคือระบบที่สุดยอด หนูมาคิด ก็คิดว่าดีจริง แต่ก็มีจุดด้อยอยู่ในระบบนี้อยู่ คือการดูแลรักษาข้าวของของส่วนกลาง ไม่มีใครรับผิดชอบ เพราะคิดว่าเป็นของส่วนกลาง เช่นภาชนะส่วนกลางอุปกรณ์ต่างๆ รถแข็น  รถยนต์ ถ้าดูแลรักษาไม่ดีก็พังไว หายบ้าง หาไม่เจอเมื่อจะใช้เพราะไม่รู้ว่าใครรับผิดชอบ ต้องประกาศหาของเสมอๆ ถ้าไม่เจอก็ต้องซื้อใหม่ นี่จึงเป็นจุดด้อยของระบบสาธารณโภคี ที่หนูได้ใช้ชีวิตอยู่ตรงนี้ ในระบบสาธารณโภคีนี้ มีทั้งจุดดี และจุดด้อย  การพัฒนาจึงอยู่ที่ทุกๆคนช่วยเหลือซึ่งกันและกันช่วยกันปรับปรุง แก้ไขคนละเล็กละน้อยในสิ่งที่ยังด้อย สังคมสาธารณโภคีจึงจะพัฒนา

เรื่องและภาพโดย น.ส.ขวัญข้าว อัมพุช ม.5

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s